แผนที่
หมายถึง สื่อรูปแบบหนึ่งที่ถ่ายทอดข้อมูลของโลกในรูปของกราฟิก โดยย่อส่วนให้เล็กลงด้วยมาตราส่วนต่างๆและเส้นโครงแผนที่แบบต่างๆ ให้เข้าใจตามวัตถุประสงค์ด้วยการใช้สัญลักษณ์

1. ประเภทของแผนที่

1.1 การแบ่งประเภทของแผนที่ตามมาตราส่วน
1.การแบ่งประเภทแผนที่ตามมาตราส่วน
แผนที่มาตราส่วนใหญ่ คือ แผนที่มาตราส่วนใหญ่เท่ากับ 1 : 75,000
แผนที่มาตราส่วนปานกลาง คือ แผนที่มาตราส่วนระหว่าง 1 : 75,000 ถึง๑: 600,000
แผนที่มาตราส่วนเล็ก คือ แผนที่มาตราส่วนเล็กเท่ากับ 600,000

2.การแบ่งประเภทแผนที่ตามลักษณะการแสดงในแผนที่

2.1 แผนที่ภูมิประเทศ เป็นแผนที่แสดงรายละเอียดทั้งทางราบและทางดิ่ง หรือแสดงให้เห็นสัณฐาน 3 มิติ ซึ่งการแสดงความสูงอาจใช้สี เงา หรือเส้นก็ได้

2.2 แผนที่เฉพาะเรื่อง แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
2.2.1.แผนที่แสดงคุณภาพ เช่น แผนที่แสดงภูมิอากาศ แผนที่แสดงป่าไม้

แผนที่แสดงป่าไม้

2.2.2.แผนที่แสดงปริมาณ เช่น แผนที่แสดงจำนวนประชากรของจังหวัดต่างๆ

2.3 แผนที่เล่ม เป็นการรวบรวมแผนที่หรือเรื่องราวต่างๆ ทั้งทางด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม ประชากร และด้านอื่นๆ ไว้ในเล่มเดียวกัน อาจมีแผนภูมิรูปภาพ สถิติ และตารางที่เกี่ยวข้องกับแผนที่

2. องค์ประกอบของแผนที่

1. ชื่อระวางแผนที่ เช่นแผนที่ประเทศไทย แผนที่เชียงใหม่ แผนที่แอฟริกา แผนที่ยุโรป เป็นต้น

2. พิกัดแผนที่ แบ่งออกเป็น 2 ระบบคือ
2.1 พิกัดภูมิศาสตร์ คือการกำหนดตำแหน่งต่างๆ บนพื้นผิวโลกด้วยค่าละติจูด ลองจิจูด หน่วยเป็นองศา (°) ลิปปา (′) ฟิลิปดา (′′)
2.2 พิกัดกริด

3. การบอกทิศทางในแผนที่

4. มาตราส่วน
-มาตราส่วนของแผนที่ คือ อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างระยะทางในแผนที่กับระยะทางจริงในภูมิประเทศ
1. มาตราส่วนแบบเศษส่วน เช่น 1: 1,000
2. มาตราส่วนแบบคำพูด เช่น 1 เซนติเมตร ต่อ 500 กิโลเมตร
3. มาตราส่วนเส้น เช่น เป็นเส้นตรงที่ถูกแบ่งเป็นส่วนๆและมีตัวเลขกำกับระยะทางไว้

5. สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมาย คือ รายละเอียดของสิ่งต่างๆ ของบนพื้นผิวโลกที่แสดงลงบนแผนที่ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. สัญลักษณ์แบบจุด ใช้ทดแทนอาคารสิ่งก่อสร้างหรือพื้นที่ขาดเล็ก เช่น วัด โรงเรียน บ้าน ที่ตั้งเมือง

2. สัญลักษณ์ที่เป็นเส้น ใช้ทดแทนสิ่งที่มีความยาว เช่น ถนน ทางรถไฟ แม่น้ำ

3. สัญลักษณ์ที่เป็นพื้นที่ ใช้ทดแทนพื้นที่มีบริเวณกว้างขวาง เช่น ทุ่งนา พื้นที่นา ไร่ เขตที่สูง

สีที่ใช้ในแผนที่ ที่แสดงรายละเอียดบนแผนที่ สีที่ใช้เป็นมาตรฐาน มี 6 สี
1. สีดำ ใช้แสดงรายละเอียดที่เกิดจากแรงงานของมนุษย์ เช่น วัด โรงเรียน หมู่บ้าน
2. สีแดง ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นถนน
3. สีน้ำเงิน ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นน้ำ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง บึง ทะเล ฯลฯ
4. สีน้ำตาล ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับความสูงและทรวดทรงของพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ
5. สีเขียว ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับที่ราบ ป่าไม้ บริเวณที่ทำการเพาะปลูก พืชสวน
6. สีเหลือง ใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับที่ราบสูง
7. สีอื่นๆ บางโอกาสอาจใช้สีอื่นนอกจากที่กล่าวมาเพื่อแสดงรายละเอียดพิเศษบางอย่าง รายละเอียดเหล่านี้จะมีบ่งไว้ในรายละเอียดในแผนที่

3. ประโยชน์ของแผนที่
1. ด้านการศึกษา เข้าใจบทเรียนที่เป็นความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น วิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์
2. ด้านการเมืองการปกครอง การวางแผน รับหรือแก้ไขสถานการณ์ทางด้านการบริการในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
3. ด้านเศรษฐกิจและสังคม การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาคและระดับชาติ
4. ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทาง
5. ด้านการทหาร วางแผนยุทธศาสตร์

4. การทำแผนที่

ประวัติและความเป็นมาของแผนที่
ความสามารถในการทำแผนที่เป็นสัญชาติญาณอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ พฤติกรรมที่แสดงออกทาง แผนที่มีมานานแล้ว พวกเอสกิโมรู้จักการทำแผนที่ด้วยการใช้ไม้สลักติดลงบนหนังแมวน้ำแสดงแหล่งล่าสัตว์ ตกปลา ชาวเกาะมาร์แชลใช้เปลือกหอยแทนเกาะ ก้านมะพร้าว แทนเส้นทางการเดินเรือละบริเวณที่มีคลื่นจัด พวก Nomad ที่เร่ร่อนทะเลทรายตามที่ต่างๆ จะใช้โดยขีดบนผืนทราย
– แผนที่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือแผนที่ของชาวเมโลโปเตเมีย เมื่อ 2,300ปี ก่อนปีพุทธศักราช
– สมัยกรีกโบราณ เป็นผู้วางรากฐานในการทำแผนที่ เริ่มด้วยการพิสูจน์ปี พ.ศ.323 ว่าโลกกลม และมีการวัดขนาดของโลกโดย
อีแรโตสเตนีส โดยใช้หลักทาคณิตศาสตร์ โดยสร้างเส้นสมมุติที่เรียกว่า เส้นขนานและเส้นเมอริเดียน
– ต่อมาปี พ.ศ. 370ปี ปโตเลมี นำเอาผลงานของอีแรโตสเตนีสมาปรับปรุงกำหนดค่ามุมของเส้นขนานและเว้นเมอริเดียน

ประวัติแผนที่ประเทศไทย
-การทำแผนที่ในประเทศไทยเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยอยุธยาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโดยชาวฝรั่งเศส แผนที่ที่ทำขึ้นเป็นแบบหบายๆ จุดมุ่งหมายเพื่อการค้าขายและกิจการทหาร
-ประเทศเริ่มมีการสอนทำแผนที่และมีการทำแผนที่อย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกองทำแผนที่ขึ้น พ.ศ. 2418 ต่อมาจ้างช่างแผนที่ชาวอังกฤษ คือ เจมส์ แมคคาร์ที มาดูแลและวางรากฐานการทำแผนที่ในประเทศไทย ต่อมาเขียนแผนที่พระราชอาณาจักรสยามขึ้นใหม่และนำไปพิมพ์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2431 เรียกว่า แผนที่ฉบับแมคคาร์ที
-ประเทศไทยเริ่มทำแผนที่จากภาพถ่ายทางอากาศ ในพ.ศ. 2473 แต่ระงับไปเพราะค่าใช้จ่ายสูง จนถึง พ.ศ. 2495 ไทยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาในการถ่ายภาพทางอากาศ จึงนำมาทำแผนที่มูลฐานของไทยขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นแผนที่มาตราส่วน 1:50,000
-ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีทางภูมิศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ เช่น GIS , Remote Sensing เป็นต้น

เกี่ยวกับ kru puy social

เรารักสังคมศึกษาเพราะสังคมศึกษาสอนให้เรารักสังคม
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

3 ตอบกลับที่

  1. ด.ญ.ภัณฑิรา เรือนแก้ว 202 พูดว่า:

    ครูขา!*
    เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ออกกี่ข้อค่ะ?

    [[,,,ขอคำตอบแบบด่วนๆ เลยนะค่ะ

  2. หมูกระต่ายปาร์ตี้ พูดว่า:

    ก็ดีนะค่ะแต่รูปภาพและรายละเอียดน้อยไปนิดค่ะอยากให้เพิ่มมากขึ้นอีกเพราะยังมีเด็กอีกหลายคนที่ต้องการศึกษานะค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s